3 Nov 2007 @ Rothenburg
โปรแกรมวันนี้
07:00 ตื่นไปเดินเล่นชมเมือง
08:00 กลับมากินอาหารเช้าของโรงแรม เสร็จแล้วเดินเที่ยวจุดต่างๆในเมือง
ประมาณ 10 โมงกลับไป check-out ไปเที่ยวเมือง Augsburg
9:00 น่าจะถึง Fussen เพื่อ check-in เข้าโรงแรมเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อย
แล้วออกไปกินอาหารเย็น ชมเมืองตอนกลางคืนและหาข้อมูลสำหรับวันถัดไป เช้านี้ สภาพอากาศที่มองผ่านหน้าต่างห้องออกไปดูเหมือนเป็นละอองฝนปรอยๆ
อึมครึมและท่าทางจะหนาว ทุกคนตื่น อาบน้ำเสร็จอย่างรวดเร็วก่อนเจ็ดโมง
ยกเว้น Jimmy ที่เพิ่งตื่นอาบน้ำ และต้องอาบเพราะเมื่อคืนไม่ได้อาบ :P
Chad ก็เลยบอกว่าไปเดินเล่นกันก่อน เดี๋ยวเจอกันตอนอาหารเช้าเลย…. บนถนนหน้าโรงแรม ร้านรวงต่างๆก็ยังไม่เปิด ยังสงบเงียบ นานๆ จะมีคนขี่
จักรยาน หรือ รถยนต์ผ่านมา เลยทำให้ยืนถ่ายรูปได้อย่างสะดวก ที่ต้องระวัง
อย่างเดียวคืออากาศค่อนข้างชื้น มีละอองเหมือนน้ำโปรยปราย ซึ่งคาดว่าคงเกิดจาก
ความเย็นทำให้เป็นหมอก และเริ่มจะควบแน่นกลับมาเป็นน้ำ ทำให้ดูเหมือน
ละอองฝน ก็เลยต้องคอยระวังตัวกล้องถ่ายรูป
อุณหภูมิตอนนี้ น่าจะประมาณ ไม่เกิน 5 C น่าจะพอๆกับการอยู่บนดอยสูงๆ
ทางเหนือของไทย ทางเดินไป Markplatz เริ่มมีร้านเปิดบ้างแล้ว เป็น Grocery
ที่ขายขนมและ แฮมน่ากินทีเดียว ช่วงนี้ได้ถ่ายรูปกันนิดหน่อยแล้วก็เลยเดิน
กลับไปโรงแรมกินอาหารเช้า เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องเดินกลับมาเที่ยวทางนี้อยู่ดี ห้องอาหารของโรงแรมเป็นห้องเล็กๆ มีประมาณ ห้าหกโต๊ะ ปูผ้า พร้อมกับวาง
อุปกรณ์ต่างๆ และเบอร์ห้องไว้ให้เสร็จสรรพ ตอนนี้ยังไม่มีห้องไหนตื่นมากิน
กันเลย แต่เจ้าของโรงแรม ซึ่งเป็นผู้ชายที่เราไม่ได้เจอเมื่อคืน เป็นคนมาคอย
บริการบอกว่าพร้อมแล้ว สามารถทานได้เลย อาหารเช้าที่จัดไว้เป็นบุฟเฟต์
เล็กๆ มี เนื้อ แฮม ซาลามี่ แผ่นบางๆ ประมาณ 4 แบบ ไข่ต้ม ชีสแผ่น และ
ชีสก้อน ขนมปังทั้งที่เป็น โฮลวีตแผ่น ครัวซองต์ และเป็นก้อนที่มีทั้งแป้งขาว
แป้งธัญพืช และขนมปังแผ่นแข็งๆ สีดำๆอีก สองชนิด มีเนย แยม นม ผลไม้
น้ำผลไม้ และ ซีเรียล ทั้งหมดนี้จัดวางบนโต๊ะเล็กๆ ทางด้านหนึ่งของห้องอาหาร
ครั้งแรกที่เห็นดูไม่ค่อยอยากทานอะไรเท่าไหรนัก เพราะดูมันเย็นๆ ชืดๆ
ขนมปังก็ดูแข็งๆ ไม่มีเตาปิ้งให้ และอาจจะเพราะยังไม่คุ้นกับอาหารเช้าที่นี่
แต่พอเริ่มทานก็แทบจัดการของเขาหมดโต๊ะ (ทั้งๆ ที่ยังมีแขกห้องอื่นๆด้วย)
เพราะชีสก็หอม แฮมก็อร่อย และขนมปังแม้ภายนอกจะดูแข็งแต่ข้างในนิ่ม
และอร่อย อ้อ แยมก็หอมดีครับ พอรู้ว่าทานได้ ก็ต้องกินเยอะครับ ไม่ได้อยาก
กินเยอะเลยนะจริงๆ อิอิ แต่ต้องกินเพื่อให้อิ่มที่สุด เป็นการลดค่าใช้จ่ายมื้อเที่ยง
ไปในตัว และเราก็ไม่รู้ว่าตอนเที่ยงจะทานตอนกี่โมง
ทานกันเสร็จ เดินมาดูตู้ขนม เพราะเล็งเจ้า Snow Ball (Schneeball)
มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เพราะท่าทางคงเป็นของขึ้นชื่อที่นี่ ไม่ว่าร้านไหนๆ
ที่ขายขนมก็จะมีขาย หน้าตาเหมือนในรูป
เลยได้มาลองชิมหนึ่งรูป แต่ตอนนี้เก็บไว้ก่อนเพราะว่า ยังอิ่มอยู่
พวกเราเริ่มออกเดินเที่ยวโดยเดินไปทาง Markplatz ที่ไปมาเมื่อคืน แต่เราจะไป
เที่ยวรอบๆ เพิ่มเติม โดยมี Jimmy ทำตัวเป็น Local guide คู่กับ Chad ที่ทำตัว
เป็นพิธีกรรายการนำเที่ยวผ่านการถ่าย VDO ที่เราเอาไปด้วย ระหว่างที่เดินไป
ก็มีการถ่ายรูป บ้านเรือนสองข้างทางที่มีสีสัน การตกแต่งแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน
ซึ่งนี้คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของบ้านเรือนในต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป ที่บ้านแต่
ละหลังจะไม่ได้มีหนาตาเหมือนกัน สีเหมือนกัน เหมือนบ้านเรา แต่ละบ้านจะ
ใช้สีต่างๆกัน แต่ไม่ได้เป็นสีที่แปลกแยกไม่เข้ากับกลุ่มบ้านบริเวณนั้น ตามหน้า
ต่างก็จะมีรางปลูกดอกไม้เล็กๆ ซึ่งก็มักจะเป็นไม้ดอกที่มีสีสวยงาม ป้ายร้านค้า
แต่ละร้านก็จะออกแบบสวยงาม มีเครื่องหมายการค้าของตัวเอง มีการใช้เหล็ก
ที่ดัดเป็นป้ายยื่นออกมาเพียงเล็กน้อยไม่เกะกะและสร้างทัศนียภาพที่ไม่น่าดู
ช่วงนี้แม้ว่าร้านรวงต่างๆ ยังไม่เปิดแต่การมองผ่านกระจกหน้าร้านเข้าไปดูการ
ตกแต่งก็สร้างความตื่นตาตื่นใจได้มากพอดูแล้วครับ….
ถนนที่เราเดินคือ Galgengasse จากรูปโรงแรมคือสี่เหลี่ยมสีส้ม เดินตามลูกศร
สีน้ำเงินสถานที่ที่เดินผ่านคือ White tower สร้างขึ้นในปี 1172 เมื่อผ่านทะลุเข้า
ไปก็จะพบร้านค้า โรงแรมที่มีป้ายสวยๆ จนอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปตรงนี้กันอีก
พวกเรายังไม่เดินเลี้ยวไปทาง Rathuas แต่จะเดินวนซ้ายเลียบด้านในของกำแพงเมือง
แต่เดินจะถึงกำแพงเราผ่าน St. Jakob’s Churchซึ่งเป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ที่สร้างจน
กว่าจะเสร็จสมบูรณ์นั้นใช้เวลาถึง 170 ปี แต่เนื่องจากตอนที่เราผ่านยังเช้า โบสถ์
ยังไม่เปิด และด้านนอกของโบสถ์ก็ดูเหมือนจะกำลังซ่อมแซม อย่างไรก็ตามรอบๆ
โบสถ์ก็มีของสวยๆ ให้เราถ่ายรูปคือ เป็นตุ๊กตาขนาดเท่าตัวคนที่ทำจากการนำเหล็ก
มาดัด และเชื่อมต่อกัน เมื่อเดินเลยโบสถ์ไปเราจะเห็นกำแพงเมืองอยู่ข้างหน้าอีก
ประมาณ สักร้อยกว่าเมตร เป็นส่วนที่เป็นทิศเหนือของเมือง เรียกว่า Klingen Gate
ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ตรงบริเวณนี้จะเป็นประตู ซึ่งรถวิ่งลอดไปมาได้โดยสลับ
กันไปมาทีละคันเนื่องจากมีช่องทางแคบ ข้างๆกำแพงก็จะมีคลองเล็กๆ ลอดใต้
สะพานไม้ (และแน่นอนเวลาไปเมืองนอกที่ไหนมีน้ำก็มักจะมีเป็ดหรือไม่ก็หงส์
ลอยกันเป็นคู่ๆ ) หลังจากถ่ายรูป และ VDO กันพอสมควร พร้อมกับฟัง
ไกด์กิตติมาศักดิ์บรรยาย พวกเราก็เดินลอดประตูกลับเข้ามาฝั่งในกำแพงเมือง
แล้วก็เดินเลียบไปด้านซ้าย ไปทาง Burg gate ตรงหน้า Burg gate ก็จะพบ
Figuren-Theater หรือ Puppet theater อยู่ติดกับGate เลย ซึ่งหากมีเวลาเราก็
คงได้เข้าไปชม แต่เนื่องจากเราไม่สามารถคอยได้ ก็เลยถ่ายรูปอย่างเดียว แล้ว
ก็เดินทะลุ gate เข้าไปยังส่วนที่เรียกว่า Burg garden ซึ่งเป็นสวนสวยอยู่บนเนิน
ที่มองไปจะเห็นวิวนอกเมือง และอีกด้านจะมองไปเห็นบางส่วนของเมือง ต้นไม้
ยังมีใบหลงเหลืออยู่และมีหลากสีสัน ทั้งเขียว เหลืองแดง ตรงนี้ก็ทำให้เราเปลือง
หน่วยความจำของกล้องไปพอสมควรเลยทีเดียว สวนนี้จริงๆแล้วในหนังสือท่อง
เที่ยวแนะนำว่าหากพอมีเวลาควรจะมาในช่วงเย็นเพื่อดูพระอาทิตย์ตก….
เราเดินออกจากสวนย้อนกลับเข้าในเขตกำแพงอีกครั้งและเดินเรียบไปทางซ้าย
ผ่าน Criminal museum แล้วก็ตรงไปยังถนน Schmiedgasse ซึ่งเป็นถนนที่เป็น
ทางลาดขึ้นกลับไปที่ Markplatz และหากมองไปอีกด้าน ซึ่งก็คือด้านที่ลาดลงไป
ก็จะเห็นร้านรวงต่างๆ และSiebers tower และ บริเวณ Plonlein triangular place
ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปอีกจุดหนึ่งของเมือง ที่เรามักจะเห็นรูปนี้ตามโบชัวร์ของเมือง
หรือในเนต เราถ่ายรูปกันเสร็จก็เดินย้อนกลับไปที่ Markplatz เพื่อจะหา
Christmas museum ที่เรายังไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน ระหว่างทางเดินเราพบรถม้า
ที่มีบริการให้นักท่องเที่ยวนั่งชมเมือง (เสียเงิน) วิ่งสวนมา ม้าที่นี้ตัวใหญ่มาก
ขาแต่ละข้างสูงและค่อนข้างใหญ่ สงสัยจะเหมาะกับอากาศหนาวระหว่างที่เดิน
อยู่นั่น เราเห็นคนมุงดู VDO หน้าร้านขนมก็เลยเข้าไปดูด้วยปรากฏว่าเป็นเรื่อง
ของขนมที่มีชื่อว่า Snowball เป็นเรื่องการทำ โดยร้านที่ฉาย VDO นี้ก็อ้างว่าเป็น
Original เหมือนๆเวลาเราผ่านเมืองเพชร ที่สารพัดแม่ทั้งหลายอ้างว่าตัวเองเป็น
ต้นตำรับขนมหม้อแกงนั่นแหล่ะ ดูvdo กันพักหนึ่ง Jimmy ซึ่งกำลังหาของฝาก
เพื่อนๆอยู่ ก็เลยเดินเข้าไปซื้อเจ้าขนมนี้มา 2 กล่อง โดยในกล่องจะมีลูกขนาดเล็ก
ลงนิดหนึ่ง ดูๆก็เหมาะกับคนไทยดีเพราะลูกที่วางในถาดที่ขายให้กินกันเลยนั่นมี
ขนาดใหญ่พอสมควรประมาณ ลูกเทนนิสเลย แต่ในกล่องจะมีขนาดประมาณ
ใหญ่กว่าลูกปิงปองเล็กน้อย..
ในที่สุดเราก็เดินกลับมาถึงตรงลาน ที่มี ศาลาว่าการเมือง หอนาฬิกา ที่เรามากิน
ข้าวเย็นเมื่อคืนนี้ แต่ตอนกลางวันปรากฏว่าเป็นตลาดนัดย่อมๆ คือมีร้านที่เป็น
รถยนต์มาจอดแล้วเปิดด้านข้างเป็นซุ้มขายของสัก 6-7 คัน มีขาย cheese ขนมปัง
ผัก ผลไม้ และอื่นๆ เรายังไม่เดินไปดู แต่เราเลี้ยวซ้ายไปเพราะว่าเห็นแล้วว่ามีคน
ยืนกันอยู่เยอะน่าจะเป็นที่เที่ยว ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ X’mas museum ที่เราหาอยู่นั่นเอง
จะมีลักษณะเป็นอาคารสูงสัก 4 ชั้นไม่ใหญ่มาก ด้านหน้ามีตุ๊กตาซานตาครอสให้ถ่าย
รูปและรถยนต์ที่ตกแต่งเป็นรถของขวัญสีสันสดใส ค่าเข้าชมนั้นราคาอยู่ที่คนละ
4 euro ข้างในจะเป็นทางเดินวนในตึกมีประวัติของเทศกาล และของประดับตกแต่ง
ในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่โบราณจนปัจจุบัน ใครที่ชอบเทศกาลนี้หรือนับถือคริสต์น่า
จะชอบ แต่เราดูแล้วเฉยๆ ก็น่ารักดี แต่ไม่ได้อินมาก..เราเดินกลับออกมาดูตลาดนัด
กันนิดหน่อย แล้วก็หยิบเจ้า snowball ที่ซื้อมาจากโรงแรมที่เราพัก มาทำท่ากัดกิน
แล้วถ่ายรูปประกอบเพื่อบอกว่า ฉันมาถึง rothenburg แล้วก็มากินเจ้า snowball
แล้วนะ แม้ว่าเราจะเป็นทัวร์จิ้มจุ่ม เก็บ RC กันไปสักหน่อยเพราะเวลาจำกัด แต่ทุก
คนก็แฮปปี้ดี …เราจบโปรแกรมของ Rothenburg ด้วยการเดินกลับไปโรงแรมเพื่อ
check out และเดินทางไปเมืองอื่นต่อไป…..
ข้าวเย็นเมื่อคืนนี้ แต่ตอนกลางวันปรากฏว่าเป็นตลาดนัดย่อมๆ คือมีร้านที่เป็น
รถยนต์มาจอดแล้วเปิดด้านข้างเป็นซุ้มขายของสัก 6-7 คัน มีขาย cheese ขนมปัง
ผัก ผลไม้ และอื่นๆ เรายังไม่เดินไปดู แต่เราเลี้ยวซ้ายไปเพราะว่าเห็นแล้วว่ามีคน
ยืนกันอยู่เยอะน่าจะเป็นที่เที่ยว ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ X’mas museum ที่เราหาอยู่นั่นเอง
จะมีลักษณะเป็นอาคารสูงสัก 4 ชั้นไม่ใหญ่มาก ด้านหน้ามีตุ๊กตาซานตาครอสให้ถ่าย
รูปและรถยนต์ที่ตกแต่งเป็นรถของขวัญสีสันสดใส ค่าเข้าชมนั้นราคาอยู่ที่คนละ
4 euro ข้างในจะเป็นทางเดินวนในตึกมีประวัติของเทศกาล และของประดับตกแต่ง
ในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่โบราณจนปัจจุบัน ใครที่ชอบเทศกาลนี้หรือนับถือคริสต์น่า
จะชอบ แต่เราดูแล้วเฉยๆ ก็น่ารักดี แต่ไม่ได้อินมาก..เราเดินกลับออกมาดูตลาดนัด
กันนิดหน่อย แล้วก็หยิบเจ้า snowball ที่ซื้อมาจากโรงแรมที่เราพัก มาทำท่ากัดกิน
แล้วถ่ายรูปประกอบเพื่อบอกว่า ฉันมาถึง rothenburg แล้วก็มากินเจ้า snowball
แล้วนะ แม้ว่าเราจะเป็นทัวร์จิ้มจุ่ม เก็บ RC กันไปสักหน่อยเพราะเวลาจำกัด แต่ทุก
คนก็แฮปปี้ดี …เราจบโปรแกรมของ Rothenburg ด้วยการเดินกลับไปโรงแรมเพื่อ
check out และเดินทางไปเมืองอื่นต่อไป…..
